การเคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกอย่างง่าย

เมื่อพิจารณาการเคลื่อนที่ของมวลที่ติดปลายสปริง ซึ่งวางบนพื้นที่ไม่มีแรงเสียดทาน ดึงมวลด้วยแรง F แล้วปล่อย มวลที่ติดปลายสปริงจะเคลื่อนที่กลับไปกลับมา ผ่านตำแหน่งสมดุลเดิมได้โดยไม่มีแรงภายนอกมากระทำ แต่ เคลื่อนที่ด้วยแรงดึงกลับของสปริงซึ่งมีค่าแปรผันตามการขจัดของสปริง โดยที่การกระจัด , ความเร็ว , ความเร่ง , พลังงานจลน์และพลังงานศักย์ มีค่าดังนี้
การกระจัด
เมื่อนำสมการที่ (1) มาแทนค่าเวลา (t) ด้วยคาบ (T) ของการเคลื่อนที่ และมุมเฟสเริ่มต้น 0 เรเดียน..............(1)
เมื่อ
จะได้ลักษณะ Sine curve ดังรูป

ความเร็ว ที่เวลาใดๆ
นั่นคือ การเคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกอย่างง่าย ที่ตำแหน่งการขจัดสูงสุดจะมีความเร็วเป็น 0 และมีความเร็วมากที่สุด ที่ตำแหน่งสมดุล...........(2)
และ............(3)
ความเร่งที่เวลาใดๆ
.............(4)
.............(5)
พลังงานจลน์ของการเคลื่อนที่ ที่ตำแหน่งใดๆ พลังงานจลน์ มีค่าดังนี้
.............(6)
พลังงานศักย์ของการเคลื่อนที่ ที่ตำแหน่งใดๆ พลังงานศักย์มีค่า ดังนี้
.............(7)
ลูกตุ้มนาฬิกาอย่างง่าย (Simple pendulum)
ให้มวล m ผูกเชือก
เคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกโดยพิจารณาจากการขจัดเชิงมุม ได้ดังนี้

......................(8)
..................(9)
ลูกตุ้มฟิสิคัล (Physical Pendulum)

ให้วัตถุแข็งเกร็งรูปร่างใดๆ แกว่งในแนวดิ่งกลับไปกลับมารอบจุดหมุน ขณะที่วัตถุเคลื่อนที่จะมีแรงดึงกลับ ทำให้เกิดทอร์คดึงกลับ โดยที่ การกระจัดเชิงมุม เป็นดังนี้
..................(10)
และ..................(11)
จุดศูนย์กลางการแกว่งหรือจุดศูนย์กลางการกระแทก (Center of Oscillation or Center of Percussion)
เมื่อวัตถุแข็งเกร็งอันหนึ่งแกว่งแบบลูกตุ้มฟิสิคัล ด้วยคาบการแกว่ง
และให้พิจารณาวัตถุชิ้นนี้มีคาบการแกว่งแบบลูกตุ้มนาฬิกา ด้วยคาบการแกว่ง
ถ้าคาบการแกว่งทั้งสองมีค่าเท่ากัน ได้ว่า
ซึ่ง เป็นระยะจากจุดหมุน ไปยังตำแหน่งที่เสมือนเป็นที่รวมของมวลทั้งหมดของวัตถุ ที่ทำหน้าที่เป็นมวลของ ลูกตุ้มนาฬิกาอย่างง่าย ซึ่งเรียกตำแหน่งนี้ว่าจุดศูนย์กลางการแกว่งและสำหรับวัตถุชิ้นเดิม เมื่อนำจุดศูนย์กลาง การแกว่งมาเป็นจุดหมุนจะได้คาบการแกว่งเท่ากับคาบการแกว่งเดิม ถ้าออกแรงผลักลูกตุ้มที่จุดศูนย์กลาง การแกว่ง จะไม่มีแรงกระแทกเกิดขึ้นกับจุดที่ถูกแรงผลัก เรียกจุดนี้ว่าจุดศูนย์กลางการกระแทกได้เช่นเดียวกัน................(12)
ลูกตุ้มทอร์ชัน (Torsion Pendulum)
ให้วัตถุแข็งเกร็งผูกติดกับเส้นลวดแล้วแกว่งกลับไปกลับมาในแนวราบด้วยมุม q ที่มีค่าน้อยๆ ขณะที่วัตถุถูกบิดไป จะเกิดแรงดึงกลับหรือโมเมนต์ดึงกลับ โดยมีการกระจัด ดังนี้
.............(13)
และ.............(14)
การแกว่งแบบถูกหน่วง (Damped Harmonic Motion)
ในการเคลื่อนที่แบบฮาร์โมนิกนั้นจะเป็นแบบอย่างง่ายได้ ในกรณีที่แอมปลิจูดของการเคลื่อนที่ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริง ขณะวัตถุเคลื่อนที่จะมีแรงภายนอกมากระทำ ซึ่งอาจเป็นแรงต้านของอากาศหรือแรง เสียดทานระหว่างพื้นผิว ทำให้แอมปลิจูดของการเคลื่อนที่ไม่คงที่ตลอดเวลา แอมปลิจูดมีค่าลดลงเรื่อยๆ จนเป็นศูนย์และทำให้วัตถุหยุดนิ่ง เรียกว่าเป็นการแกว่งแบบถูกหน่วง
จะได้สมการการเคลื่อนที่ ดังนี้
..........(16)
ชนิดของการแกว่งแบบถูกหน่วง
- Over Damp
- Under Damped
- Critical Dampedนิยาม เกิดเมื่อ
การแกว่งจะหยุดนิ่ง ภายในเวลาที่สั้นที่สุด
นิยาม เกิดเมื่อ
จะไม่มีการแกว่งเกิดขึ้น
นิยาม เกิดเมื่อ
การแกว่งจะมีการแกว่งไปมาหลายครั้งจึงจะหยุด
การแกว่งแบบถูกแรงกระทำ (Forced Vibration; Driven Harmonic Motion)
เป็นการแกว่งที่มีแรงกระทำต่อวัตถุตลอดเวลาเพื่อเป็นการชดเชยแรงหน่วงของตัวกลางสมการการเคลื่อนที่
..............(17)
............(18)
การกำทอนของการแกว่ง
เป็นการแกว่งที่มีความถี่เชิงมุมของแรงภายนอกเท่ากับความถี่เชิงมุมธรรมชาติของวัตถุนั้น นั่นคือ

.............(6)
.............(7)
..................(9)
..................(11)

................(12)
.............(14)

............(18)


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น